fbpx
คลื่นสมอง

คลื่นสมอง กับความใจเบา

สมอง ประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมาก และมีการใช้กระแสไฟฟ้าทางสมองในการเชื่อมสื่อสารกัน ทำให้เกิด คลื่นสมอง (Brain Wave) ซึ่งมีวงจรการทำงานที่วัดความถี่ได้จากเครื่อง EEG ซึ่งมีอยู่หลายระดับ และการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่ว่าเราคิดอะไรอยู่ ทำกิจกรรมอะไร ซึ่งผลต่อการเรียนรู้ในรูปของสมองจะอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันของระดับคลื่น

Brain Wave รู้จักกับความถี่ คลื่นสมอง

ความถี่คลื่นสมอง คือ การปรับจูนคลื่นสมองของคุณให้เป็นไปตามสภาวะที่คุณต้องการ ดังนี้

คลื่นสมองระดับเดลต้า เป็นคลื่นสมองที่ต่ำที่สุด สมองทำงานตามความจำเป็นเท่านั้น แต่กระบวนการของ จิตใต้สำนึกจะจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

คลื่นสมองระดับธีต้า เป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นเมื่อมีการผ่อนคลายระดับลึก คลื่นสมองระดับนี้สามารถดึงข้อมูลจากจิตใต้สำนึก (subconscious mind) ได้

คลื่นสมองระดับอัลฟา เป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นเมื่อมีความสงบ (relaxation) สภาวะนี้เป็นสภาวะที่สามารถรับรู้ข้อมูลได้ดีที่สุด สามารถเรียนรู้ได้ดี (super learning)

คลื่นสมองระดับเบต้า เป็นคลื่นสมองที่วบคุมจิตใต้สำนึกเมื่อใช้สมองเปิดรับข้อมูลพร้อมระบบประสาทสัมผัสทุกด้าน

คลื่นสมองระดับแกมม่า เป็นคลื่นสมองที่เร็วที่สุด คลื่นแกมม่าจะเกิดขึ้นขณะที่สมองตื่นตัวที่สุด เป็นคลื่นที่เกี่ยวกับการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์

คลื่นสมองเดลต้า (Delta) ความถี่ 1/2 – 4 Hz

  • สภาวะผ่อนคลายสูงมาก
  • เกิดการซ่อมแซมร่างกายและสมอง
  • สร้างความจำระยะยาว
  • มีความสุขสงบในจิตใจ

เกิดจาก การหลับลึก ฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง

คลื่นสมองธีต้า (Theta) ความถี่ 4-8 Hz

  • สภาวะผ่อนคลายอย่างสูง (Parasympathetic)
  • สามารถเชื่อมต่อกับจิตใต้สำนึก
  • จิตใจสงบ
  • ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข เซโรโทนิน เอนโดรฟิน

เกิดจาก การนอนหลับ การทำสมาธิ

คลื่นสมองอัลฟา (Alpha) ความถี่ 8-12 Hz

  • มีจิตใจสงบขึ้น
  • สติจับความคิดได้ ทำให้มีความคิดด้านบวกเพิ่มขึ้น
  • มีอารมณ์ดี และความคิดสร้างสรรค์
  • เข้าถึง และ เรียกความจำได้เร็ว
  • ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน

เกิดจาก สภาวะก่อนหลับ การสวดมนต์ กำลังใช้สมาธิ นวดผ่อนคลาย

คลื่นสมองเบต้า (Beta) ความถี่ 12-30 Hz

  • โดยทั่วไปคลื่นสมองของเราอยู่ในภาวะนี้
  • เปิดรับประสาทสัมผัส เคลื่อนไหวตามปกติ
  • ระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเททิก ทำงานเพื่อต่อสู้หรือหนี
  • พลังงานมาอยู่ที่กล้ามเนื้อ และสมอง ทำให้ระบบอื่นๆทำงานลดลง

* ถ้าความถี่มากกว่า 30 Hz ขึ้นไป อาจทำให้ *

  • สติตามความคิดไม่ทัน ทำให้ โกรธง่าย กังวล กลัว และ สับสน
  • เป็นสภาวะตื่นตัวทำให้หลับได้ยาก
  • ความจำไม่ดี
  • ใจเต้นเร็ว ใช้ออกซิเจนสูง
  • ใช้พลังงานสูง น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล
  • ถ้าความถี่สูงมากๆจะทำให้เกิดภาวะแพนิค หายใจไม่ทัน หรือชักได้

เกิดจาก เคร่งเครียดติดต่อกัน ขาดการผ่อนคลาย ใช้อุปกรณ์สื่อสารมากโดยเฉพาะในวัยเด็กจะเป็นมากกว่าในผู้ใหญ่

คลื่นสมองระดับแกมม่า (Gamma) ความถี่ประมาณ 30-100 Hz

คลื่นสมองระดับแกมม่านี้ จะสั่นสะเทือนอยู่ในช่วงความถี่ประมาณ 40 Hz คลื่นสมองระดับแกมม่านี้ เป็นคลื่นสมองที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาความจำ และการจดจ่อ (Focus) เรื่องต่าง ๆ เรียนรู้ได้ดีขึ้น เป็นการเชื่อมต่อมิติที่สูงขึ้นไป

คลื่นสมองแกมม่าเป็นคลื่นความถี่คลื่นสมองที่เร็วที่สุด คลื่นชนิดนี้จะทำให้เกิดความมีสมาธิสูงสุด และเป็นความถี่ที่ดีที่สุดของสมองที่ทำให้เกิดสติปัญญา

คลื่นแกมม่าเกี่ยวข้องกับการทำงานของการรับรู้ในระดับสูงของสมอง ซึ่งนักประสาทวิทยาเชื่อว่าคลื่นแกมม่านี้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกส่วนของสมองเข้ามาด้วยกัน

นอกจากนี้ คลื่นแกมม่ายังส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อความจำของมนุษย์และยังสามารถชะลออาการของโรคบางอย่าง เช่น โรคอัลไซเมอร์ ได้อีกด้วย

คลื่นสมอง

6 เทคนิค วิธีปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย ใจเบา

สภาวะปัจจุบัน เกือบทุกสิ่งรอบตัวต่างเต็มได้ด้วยความเร่งรีบ ทุกอย่างรวดเร็วจนจิตเราวุ่นวายไม่มีหยุด อยู่ในสังคมที่ย้ำเตือนเราตลอดเวลาว่าต้องเร็วก่อนใคร หากช้าจะไม่ทันการณ์ แต่ละวันเต็มไปด้วยความเครียดตลอดเวลา เทคนิค วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย ใจเบาลง เราลองทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  1. พาตัวเองไปอยู่ในที่สงบ
  2. ห่างจากอุปกรณ์มือถือ แทบเล็ต อุปกรณ์ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  3. ฟังเพลง หรือ เล่นดนตรี
  4. ใช้เวลาทำงานอดิเรก กิจกรรมที่ชอบ
  5. ฝึกสมาธิ สวดมนต์ เล่นโยคะ ฝึกสังเกตลมหายใจให้ผ่อนคลาย
  6. อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ

ประโยชน์ของคลื่นสมองแบบต่าง ๆ

คลื่นสมองแบบต่าง ๆ ที่นำมาใช้ เพื่อประกอบการเรียนรู้ อ่านหนังสือ การทำสมาธิ ที่คนนิยมใช้ เพราะใช้ง่าย และได้ผลดี

คลื่นสมอง

การใช้เสียงปรับคลื่นสมอง สร้างสมาธิ

มีเสียงแบบต่าง ๆ ที่คนทั่วไปนำมาใช้ในการสร้างสมาธิอีกด้วย เช่น เสียงธรรมชาติ เสียงดนตรี หรือ แม้แต่เสียงพูด

คลื่นสมอง สร้างสมาธิ

มาเรียนรู้ กระบวนการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ความคิด และความจำโดยการปลูกฝังความเชื่อใหม่ สร้างกระบวนการคิดใหม่ และเรียนรู้ระบบความจำแบบใหม่ ด้วยการเข้าควบคุมสมองของคุณเอง ด้วยการใช้ภาษาและการสื่อสารที่ถูกต้อง

เพียงคุณปรับเปลี่ยนการใช้ภาษา เปลี่ยนความเชื่อ ความคิด และการกระทำ คุณก็จะเปลี่ยนทุกอย่างได้ในระดับจิตใต้สำนึกและมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ประสบความสำเร็จอย่างที่คุณคาดไม่ถึงทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

ดูรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม คลิก!

อ้างอิง : (1) (2) (3) (4)