-
- แบบทดสอบจุดแข็ง Gallup-CliftonStrengths
- Public Workshops
- Unlocking Strengths & Leadership Potential
- Certificate Program
- In-house
- Coaching Program
- คอร์สออนไลน์
- Blog
- About
Imposter Syndrome ทำ burnout ได้อย่างไร Imposter syndrome คือ อะไร ทำไมถึงเป็นต้นเหตุให้เราเข้าสู่สภาวะหมดไฟได้
Imposter Syndrome หรือ อาการที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ที่มักคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีความสามารถมากพอ มองไม่เห็นข้อดีของตัวเอง ถึงแม้จะทำงานได้สำเร็จก็ไม่รู้สึกยินดี หรือ ชื่นชมคุณค่าตัวเอง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้เกิดจากความสามารถตัวเอง อาจเพราะมีคนช่วย โชคช่วยเสียมากกว่า
ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะยิ่งเกิดเป็นความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองไม่เก่งพอ ไม่ดีพอ ยิ่งกดดัน ผลักดันตัวเองมากเกินขีดความสามารถเพื่อไม่ให้คนจับได้ เมื่ออาการเหล่านี้สะสมนานวัน อาจเกิดเป็นอาการที่เรียกว่า Imposter Syndrome ได้
Impostor Syndrome อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น
โดยอาจพบในผู้มีปัญหาในการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-Efficacy) คนที่ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ คนที่ขาดความทะเยอะทะยานและไม่สามารถทำตามแบบแผนที่ถูกกำหนดได้ หรือบางครั้งอาจพบในคนที่มี
ซึ่งหากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการจะรู้สึกไม่พอใจและโทษตัวเอง การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็ก เช่น ความกดดันในการเรียน การถูกเปรียบเทียบกับลูกพี่ลูกน้อง ครอบครัวที่ควบคุมการใช้ชีวิต และครอบครัวที่ปกป้องดูแลลูกมากเกินไป
อย่างโรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจทำให้สภาพจิตใจของบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไป เช่น เกิดความสงสัยในตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองลดลง และกังวลว่าคนอื่นจะมองตัวเองไม่ดี
เมื่อเกิดอาการ Imposter Syndrome เราจะมีกลไกป้องกันตัวเองเกิดขึ้นควบคู่ เพราะคิดว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ทำอะไรก็ยังไม่เต็มที่ เกิดเป็นความกลัว คนอื่นจับได้ และคิดว่าเรากำลังหลอกลวงอยู่หรือเปล่า ซึ่งวิธีหนึ่งที่เราพยายามปกปิด คือการทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัญหาของแนวทางนี้คือมันไม่ยั่งยืน หากเราทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความเครียดในระดับสูงและ Burnout หมดไฟในที่สุด

The Perfectionist (ผู้สมบูรณ์แบบ)
คนที่มีลักษณะนี้จะตั้งมาตรฐานที่สูงเกินไปสำหรับตัวเอง แม้จะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็ยังมองว่ามัน “ไม่ดีพอ” และมักรู้สึกผิดหากทำผิดพลาดเล็กน้อย
The Superwoman/Superman (ผู้พยายามเกินขอบเขต)
บุคคลกลุ่มนี้รู้สึกว่าต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง พวกเขามักทำงานเกินกำลังและมองว่าตัวเอง “ยังไม่ดีพอ” หากไม่ได้ทำทุกอย่างให้สำเร็จ
The Natural Genius (ผู้ที่ต้องเก่งโดยธรรมชาติ)
คนประเภทนี้เชื่อว่าตัวเองต้องทำทุกอย่างได้ดีตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องพยายามมากนัก หากต้องพยายามหรือฝึกฝนมากเกินไป พวกเขาจะมองว่าตัวเองล้มเหลว
The Soloist (ผู้ที่ยึดติดกับการทำงานคนเดียว)
บุคคลประเภทนี้หลีกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือ เพราะเชื่อว่าการขอความช่วยเหลือแสดงถึงความอ่อนแอ และทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่คู่ควรกับความสำเร็จ
The Expert (ผู้เชี่ยวชาญ)
คนที่อยู่ในกลุ่มนี้จะรู้สึกว่าตัวเองต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับงานหรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง หากไม่รู้ พวกเขาจะคิดว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติพอและไม่ควรได้รับความสำเร็จนั้น

>> รับงานทุกอย่างมามากเกินที่จะสามารถจัดการได้
>> พูดว่า Yes ทั้งที่ต้องการปฏิเสธ
>> ไม่มีแบบแผนการดูแลตัวเอง
>> ไม่มีขอบเขตระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว
>> ทำงานล่วงเวลา และ ทำงานไม่มีวันหยุด
ผู้ที่มีภาวะ Impostor Syndrome มักมีความมั่นใจในตัวเองและการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานแย่ลง และนำไปสู่ภาวะหมดไฟ Burnout ได้ในที่สุด

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2559 แสดงให้เห็นว่านักศึกษาแพทย์ของสหรัฐฯ ที่มีภาวะ Imposter Syndrome มีแนวโน้มที่ ระดับความเหนื่อยล้าทั้งร่างกาย และจิตใจเพิ่มสูงขึ้น ขาดแรงจูงใจในงานที่ทำ รู้สึกแปลกแยก พลังชีวิตหดหาย ซึ่งเป็นอาการที่คล้ายกับคำจำกัดความของภาวะ Burnout โดยองค์การอนามัยโลก (WHO)
และจากการสำรวจระหว่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้กับพนักงาน knowledge workers จำนวน 10,000 คนโดย Asana ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการงานในสหรัฐฯ พบว่า 42% เชื่อว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์ทั้ง Imposter Syndrome และภาวะหมดไฟ Burnout ในเวลาเดียวกัน
วิธีหลีกเลี่ยง Burnout เมื่อคุณมีอาการไม่เห็นคุณค่าตัวเอง
ไม่มีความสุข เครียด Burn-Out นอนไม่หลับ
#เกลียดวันจันทร์ #เบื่องาน #หมดไฟ
ถ้าชีวิตคุณเคยเจอกับปัญหาแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญของ MindSpring สามารถช่วยคุณได้
เราจะช่วยให้คุณค้นหาความสุขในชีวิตแบบที่คุณสามารถออกแบบได้ ตั้งแต่วิธีการตั้งเป้าหมายพร้อมกระบวนการ เครื่องมือ และรมการจัดการภาวะ Burn Out Syndrome ที่แตกต่าง ผสานการทำ Coaching + Mentoring + Self-work เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปของต้นเหตุและเกิดการเปลี่ยนอย่างยั่งยืน