burnout

Imposter Syndrome หนึ่งในต้นเหตุของภาวะ Burnout หมดไฟ

Imposter Syndrome ทำ burnout ได้อย่างไร Imposter syndrome คือ อะไร ทำไมถึงเป็นต้นเหตุให้เราเข้าสู่สภาวะหมดไฟได้

รู้จักอาการ Imposter Syndrome

Imposter Syndrome หรือ อาการที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ที่มักคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีความสามารถมากพอ มองไม่เห็นข้อดีของตัวเอง ถึงแม้จะทำงานได้สำเร็จก็ไม่รู้สึกยินดี หรือ ชื่นชมคุณค่าตัวเอง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้เกิดจากความสามารถตัวเอง อาจเพราะมีคนช่วย โชคช่วยเสียมากกว่า

ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ จะยิ่งเกิดเป็นความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองไม่เก่งพอ ไม่ดีพอ ยิ่งกดดัน ผลักดันตัวเองมากเกินขีดความสามารถเพื่อไม่ให้คนจับได้ เมื่ออาการเหล่านี้สะสมนานวัน อาจเกิดเป็นอาการที่เรียกว่า Imposter Syndrome ได้

Impostor Syndrome เกิดจากอะไร

Impostor Syndrome อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น

บุคลิกส่วนตัว

โดยอาจพบในผู้มีปัญหาในการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-Efficacy) คนที่ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ คนที่ขาดความทะเยอะทะยานและไม่สามารถทำตามแบบแผนที่ถูกกำหนดได้ หรือบางครั้งอาจพบในคนที่มี

นิสัยรักความสมบูรณ์แบบ

ซึ่งหากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการจะรู้สึกไม่พอใจและโทษตัวเอง การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็ก เช่น ความกดดันในการเรียน การถูกเปรียบเทียบกับลูกพี่ลูกน้อง ครอบครัวที่ควบคุมการใช้ชีวิต และครอบครัวที่ปกป้องดูแลลูกมากเกินไป

ปัญหาสุขภาพจิต

อย่างโรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจทำให้สภาพจิตใจของบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไป เช่น เกิดความสงสัยในตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองลดลง และกังวลว่าคนอื่นจะมองตัวเองไม่ดี

Imposter Syndrome ต้นเหตุของการ burnout

เมื่อเกิดอาการ Imposter Syndrome เราจะมีกลไกป้องกันตัวเองเกิดขึ้นควบคู่ เพราะคิดว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ ทำอะไรก็ยังไม่เต็มที่ เกิดเป็นความกลัว คนอื่นจับได้ และคิดว่าเรากำลังหลอกลวงอยู่หรือเปล่า ซึ่งวิธีหนึ่งที่เราพยายามปกปิด คือการทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัญหาของแนวทางนี้คือมันไม่ยั่งยืน หากเราทำงานหนักเกินไปเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความเครียดในระดับสูงและ Burnout หมดไฟในที่สุด

สัญญาณเริ่มต้นของภาวะ Burnout คุณอาจพบว่าตัวเอง

>> รับงานทุกอย่างมามากเกินที่จะสามารถจัดการได้

>> พูดว่า Yes ทั้งที่ต้องการปฏิเสธ

>> ไม่มีแบบแผนการดูแลตัวเอง

>> ไม่มีขอบเขตระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว

>> ทำงานล่วงเวลา และ ทำงานไม่มีวันหยุด

ผู้ที่มีภาวะ Impostor Syndrome มักมีความมั่นใจในตัวเองและการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานแย่ลง และนำไปสู่ภาวะหมดไฟ Burnout ได้ในที่สุด

Impostor Syndrome เกิดจากอะไร

ความเชื่อมโยงของ Imposter Syndrome กับ ภาวะ Burnout

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2559 แสดงให้เห็นว่านักศึกษาแพทย์ของสหรัฐฯ ที่มีภาวะ Imposter Syndrome มีแนวโน้มที่ ระดับความเหนื่อยล้าทั้งร่างกาย และจิตใจเพิ่มสูงขึ้น ขาดแรงจูงใจในงานที่ทำ รู้สึกแปลกแยก พลังชีวิตหดหาย ซึ่งเป็นอาการที่คล้ายกับคำจำกัดความของภาวะ Burnout โดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

และจากการสำรวจระหว่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้กับพนักงาน knowledge workers จำนวน 10,000 คนโดย Asana ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการงานในสหรัฐฯ พบว่า 42% เชื่อว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์ทั้ง Imposter Syndrome และภาวะหมดไฟ Burnout ในเวลาเดียวกัน

วิธีหลีกเลี่ยง Burnout เมื่อคุณมีอาการไม่เห็นคุณค่าตัวเอง

  • รับรู้และตระหนักว่าคุณมีอาการ Imposter Syndrome การมี Awareness เป็นขั้นตอนแรกในการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นให้ลองไล่เลียงตามความคิดของตัวเองให้ได้ว่าความคิดเหล่านี้คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่
  • เรียนรู้ที่จะรู้จักคำว่า “ดีพอ” เป็นอย่างไร แทนที่จะมุ่งมั่นเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างเดียว
  • ประเมินตัวเองข้อดีข้อด้อยของตัวเอง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น
  • ใจดีกับตัวเอง จำไว้ว่าคุณมีสิทธิ์ทำผิดพลาดเล็กน้อยได้ในบางครั้ง ต้องรู้จักให้อภัยตัวเอง และอย่าลืมชื่นชมความสำเร็จของตัวเองบ่อย ๆ เมื่อตัวเองทำผลงานได้ดี หรือยินดีกับคำชมเชยที่ได้รับจากหัวหน้างาน หรือคนรอบตัว
  • ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ๆ เพราะทุกคนมีความสามารถและความถนัดที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบจะยิ่งทำให้ความมั่นใจในตัวเองลดลง
  • ปรึกษาคนใกล้ชิด หรือ ที่ปรึกษา โค้ช ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นหรือได้เวิร์คกับตัวเองปรับเปลี่ยนมุมมองต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะ Imposter Syndrome ได้

Ref : (1) (2) (3)


ไม่มีความสุข เครียด Burn-Out นอนไม่หลับ 
#เกลียดวันจันทร์ #เบื่องาน #หมดไฟ

ถ้าชีวิตคุณเคยเจอกับปัญหาแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญของ MindSpring สามารถช่วยคุณได้ 

เราจะช่วยให้คุณค้นหาความสุขในชีวิตแบบที่คุณสามารถออกแบบได้ ตั้งแต่วิธีการตั้งเป้าหมายพร้อมกระบวนการ เครื่องมือ และรมการจัดการภาวะ Burn Out Syndrome ที่แตกต่าง ผสานการทำ Coaching + Mentoring + Self-work เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปของต้นเหตุและเกิดการเปลี่ยนอย่างยั่งยืน