หลายคนค้นพบจุดแข็งของตัวเองจากแบบทดสอบ CliftonStrengths
รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร มีศักยภาพแบบไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับรู้สึกว่า ชีวิตการทำงานยังเหนื่อย ยังตัน และยังไม่เติบโตอย่างที่หวัง
คำถามสำคัญคือ ปัญหาอยู่ที่การพัฒนาจุดแข็ง หรืออยู่ที่ “mindset” ที่เราใช้มัน?
บทความนี้จะชวนคุณทำความเข้าใจว่า
ทำไม Scarcity mindset อาจเป็นตัวขวางการเติบโตของจุดแข็ง
และคุณจะขยับไปสู่ Abundance mindset ได้อย่างไร เพื่อใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่และยั่งยืน
Scarcity Mindset และ Abundance Mindset คืออะไร
แนวคิดเรื่อง Scarcity vs Abundance Mindset ได้รับความนิยมจากงานเขียนและงานวิจัยด้านจิตวิทยาเชิงบวก การพัฒนาตนเอง และ neuroscience
โดยเฉพาะแนวคิดของ Stephen Covey และงานศึกษาด้าน behavioral psychology ที่อธิบายว่า
วิธีที่เรามองโลก ส่งผลต่อการตัดสินใจ พฤติกรรม และคุณภาพชีวิตอย่างลึกซึ้ง
Scarcity Mindset คืออะไร
Scarcity mindset คือกรอบความคิดที่เชื่อว่า
ทรัพยากรในชีวิตมีจำกัด เช่น เวลา โอกาส เงิน ความสำเร็จ หรือการยอมรับ
คนที่อยู่ในโหมดนี้มักรู้สึกว่าทุกอย่างขาดแคลน
-
ฉันต้องรีบ ไม่งั้นจะพลาด
-
ฉันต้องเก่งกว่านี้ ถึงจะมีคุณค่า
-
ถ้าฉันหยุด คนอื่นจะนำหน้า
- ไม่ปลอดภัย
- รู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางเลือก ต้องรีบคว้าโอกาส แม้โอกาสนั้นจะไม่สอดคล้องกับคุณค่าและความต้องการ
Scarcity mindset ไม่ได้หมายความว่าคน ๆ นั้นคิดลบ
แต่เป็น โหมดเอาตัวรอดของสมอง ที่มักเกิดจากประสบการณ์ ความกดดัน การแข่งขันสูง ส่งผลให้รู้สึกไม่ปลอดภัยทางใจ
Abundance Mindset คืออะไร
Abundance mindset คือกรอบความคิดที่เชื่อว่า
คุณค่า โอกาส และการเติบโต สามารถสร้างเพิ่มได้
คนที่อยู่ในโหมดนี้มักเชื่อว่า
-
ฉันมีคุณค่า รู้ว่าตัวเองคู่ควรกับอะไร
-
ฉันเลือกใช้พลังของตัวเองได้ รู้สึกว่าชีวิตมีทางเลือก
-
การเติบโตไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการฝืนและเบียดเบียนตัวเอง
Abundance mindset ไม่ใช่การมองโลกสวย
แต่คือสภาวะที่ ระบบประสาทรู้สึกปลอดภัยทางใจพอ ที่จะคิด ตัดสินใจ และใช้ศักยภาพอย่างมีสติ
Scarcity Mindset ส่งผลต่อการพัฒนา “จุดแข็ง” ของผู้นำอย่างไร
เมื่อผู้นำรู้จุดแข็ง แต่ยังอยู่ใน Scarcity mindset จุดแข็งจะถูกใช้เพื่อ พิสูจน์คุณค่าของตัวเอง มากกว่า สร้างคุณค่า
ตัวอย่างเช่น
Achiever / Responsibility
-
Scarcity → แบกทุกอย่าง ทำเกินขีดจำกัด → burnout
-
Abundance → เลือกโฟกัสสิ่งสำคัญ → ผลลัพธ์ยั่งยืน
Strategic / Learner
-
Scarcity → overthinking กลัวเลือกผิด → ไม่ลงมือ
-
Abundance → ทดลอง เรียนรู้ และปรับแผนจากประสบการณ์จริง
Relator / Harmony
-
Scarcity → กลัว conflict → เก็บความต้องการของตัวเอง ไม่กล้าฟีดแบค
-
Abundance → สื่อสารอย่างจริงใจ → ความสัมพันธ์ลึกและชัดเจน
Significance
-
Scarcity → โฟกัสภาพลักษณ์และการยอมรับ → กดดันทั้งตัวเองและทีม
-
Abundance → มุ่งสร้างผลงานที่มีคุณค่าและความหมาย→ ทีมรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
Competition
-
Scarcity → เปรียบเทียบ เอาชนะ และกลัวแพ้ → บรรยากาศการทำงานตึงเครียด
-
Abundance → มองความท้าทายเป็นพลังในการพัฒนา → นำพาทีมก้าวข้ามข้อจำกัดไปด้วยกัน
Insight สำคัญ:
Scarcity mindset คือพลังขับเคลื่อนให้คุณใช้จุดแข็งในโหมดเอาตัวรอดตึงและเกินขอบเขต
ดังนั้น การพัฒนาผู้นำในวันนี้ การพัฒนา self-awareness หรือการรู้จักจุดแข็งของตัวเองไม่เพียงพอต่อการเติบโต แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับ
-
การพัฒนา Mindset
โดยเฉพาะการคลาย Scarcity mindset เพื่อให้ผู้นำสามารถใช้ศักยภาพจากพื้นที่ที่มั่นคง
ไม่ใช่จากความกลัวหรือแรงกดดัน -
ทักษะการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety)
ทั้งกับตัวเองและกับทีม เพื่อสร้างความไว้วางใจ เปิดพื้นที่การเรียนรู้และเอื้อให้คนกล้าคิด กล้าพูด กล้าลอง
เมื่อผู้นำเติบโตจากภายในจุดแข็งจะไม่กลายเป็นจุดบอด
และเมื่อทีมรู้สึกปลอดภัยทางใจแต่ละคนจะสามารถใช้จุดแข็งได้อย่างเต็มศักยภาพ
เกิด Abundance mindset และเติบโตจากภายในไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
