โรคหลงตัวเอง หัวหน้าหลงตัวเอง ผู้นำหลงตัวเอง Narcissistic Leadership

เมื่อผู้นำหลงตัวเอง (Narcissistic Leadership) คือต้นเหตุของวัฒนธรรมเป็นพิษในองค์กร

ในหลายองค์กร ปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และอัตราการลาออกที่สูง มักไม่ได้เกิดจาก “งานหนัก” แต่เกิดจาก “คนที่เราทำงานด้วย” — โดยเฉพาะผู้นำที่มีลักษณะ หลงตัวเอง (Narcissistic Personality Traits) เป็นผู้นำแบบที่เรียกว่า Narcissistic Leadership

ผู้นำกลุ่มนี้มักมีเสน่ห์ มั่นใจ และดูมีวิสัยทัศน์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาอาจสร้าง บรรยากาศที่เป็นพิษ (Toxic Culture) โดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลต่อทั้งทีม ผลลัพธ์ทางธุรกิจ และสุขภาวะของคนในองค์กร

โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) คืออะไร

โรคหลงตัวเอง หรือ Narcissistic Personality Disorder (NPD)

    • เป็นภาวะความผิดปกติทางบุคลิกภาพที่บุคคล
    • เห็นความสำคัญของตนเองสูงเกินจริง
    • ต้องการได้รับการชื่นชมและการยอมรับตลอดเวลา
    • และมัก ขาดความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น

ภายใต้ภาพของความมั่นใจสุดขีดนั้น แท้จริงคือ “ความไม่มั่นคงในคุณค่าในตัวเอง”
ผู้ที่มีลักษณะหลงตัวเองจึงมักพยายามแสดงความเหนือกว่า
และไม่สามารถรับมือกับคำวิจารณ์หรือความล้มเหลวได้ดีนัก

ลักษณะของหัวหน้าที่มีบุคลิกหลงตัวเอง (Narcissistic Leadership)

ลักษณะของผู้นำที่มีแนวโน้มหลงตัวเอง

    • มองตนเองเหนือกว่าผู้อื่น และต้องการการยอมรับตลอดเวลา

    • ไม่เปิดรับความคิดเห็นหรือคำติ เพราะมองว่าตน “ถูกเสมอ”

    • แสวงหาความชื่นชมมากกว่าความจริงใจ

    • ไม่ยอมรับความผิดพลาด มักโทษผู้อื่นเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผน

    • มักสร้างภาพลักษณ์ของ “ความเก่งและอำนาจ” เพื่อกลบความไม่มั่นคงภายใน

    • ต้องการเป็น ศูนย์กลางของความสนใจ

    • ชอบให้คนชื่นชม แต่ รับคำวิจารณ์ไม่ได้

    • เชื่อว่าตนเหนือกว่าคนอื่น และ สมควรได้รับสิทธิพิเศ

    • สนใจเฉพาะคนที่มีชื่อเสียงหรือมีอำนาจเท่ากัน

    • ใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน

    • ชอบ ด้อยค่าผู้อื่น เพื่อยกตัวเองให้ดูสูงขึ้น

    • เมื่อถูกท้าทาย จะตอบสนองด้วยความโกรธ การประชด หรือการบั่นทอน

      ภายนอกดูมั่นใจ แต่ภายในคือ “ความกลัวจะไม่สำคัญ” และนั่นคือที่มาของการต้องควบคุมผู้อื่นให้รู้สึกต่ำกว่าอยู่เสมอ

ผลกระทบต่อทีมและวัฒนธรรมองค์กร

1. ความไว้วางใจในทีมลดลง

ผู้นำที่เน้นอัตตามากเกินไปมักไม่ให้เครดิตทีม หรือแย่งความดีใส่ตัว ส่งผลให้คนรู้สึกไม่อยากมีส่วนร่วม และไม่กล้าแสดงความคิดเห็น

2. การตัดสินใจขาดความแม่นยำ

เมื่อตัดสินใจโดยขาดการรับฟังความคิดเห็น ผู้นำอาจพลาดข้อมูลสำคัญ ทำให้การตัดสินใจขาดความรอบคอบ และกระทบต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ

3. เกิดการแข่งขันภายในที่ไม่สร้างสรรค์

ทีมจะเริ่มทำงานเพื่อ “เอาชนะ” มากกว่า “ร่วมมือ” ซึ่งบั่นทอนความผูกพัน (Engagement) และลดประสิทธิภาพของทีมในระยะยาว

4. พฤติกรรมโยนความผิดและปกป้องภาพลักษณ์

เมื่อเกิดปัญหา ผู้นำลักษณะนี้มักหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบ โยนความผิดให้ผู้อื่น หรือปิดบังข้อผิดพลาด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตน

5. วัฒนธรรมองค์กรกลายเป็นพิษ

องค์กรที่มีผู้นำลักษณะนี้มักเต็มไปด้วยความกลัว ความไม่ไว้วางใจ และขาดพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)
เมื่อไม่มีพื้นที่ให้พูดอย่างตรงไปตรงมา นวัตกรรม ความคิดใหม่ และศักยภาพของพนักงานก็ถูกปิดกั้น

6. ผลกระทบต่อสุขภาพจิตของทีม

การทำงานกับผู้นำที่หลงตัวเองอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้ทีม หมดไฟ (Burnout), วิตกกังวล (Panic) หรือแม้แต่ ซึมเศร้า (Depression) ความเครียดสะสมจากวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษส่งผลให้พนักงานไม่สามารถโฟกัส ทำงานได้เต็มที่ และสูญเสียความสุขในการทำงาน

7. คนเก่งลาออกหมด

พนักงานที่มีศักยภาพมักเลือกลาออกเพื่อหาสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและเติบโตได้
เหลือเพียงพนักงานที่ไม่มีทางไปหรือยอมรับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ส่งผลให้องค์กรสูญเสีย Talent และลดศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

แนวทางรับมือและป้องกันไม่ให้เกิด Toxic Culture

  1. สร้างระบบ Feedback ที่โปร่งใส

    • ส่งเสริมการให้ Feedback แบบ 360 องศา เพื่อช่วยให้ผู้นำเห็นมุมที่ตนเองมองไม่เห็น

    • ใช้ข้อมูลจริงแทนอคติส่วนบุคคล

    • ระบบนี้ช่วยลดโอกาสที่ผู้นำจะหลงตัวเองและมองข้ามผลกระทบต่อทีม

  2. พัฒนา Self-Awareness ของผู้นำ

    • ใช้เครื่องมือเช่น CliftonStrengths, MBTI, 360 Assessment เพื่อสะท้อนตัวตน จุดแข็ง และจุดบอดของผู้นำ

    • การโค้ชเชิงลึก (Executive Coaching) ช่วยให้ผู้นำเข้าใจอารมณ์ ความกลัว และแรงขับภายในของตนเอง

    • การเห็นจุดบอดตัวเอง (Blind Spots) เป็นกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สร้างพิษในทีม

  3. สร้างวัฒนธรรม “ปลอดภัยในการพูด” (Psychological Safety)

    • ให้ทีมรู้ว่าความเห็นต่างไม่ใช่การท้าทายอำนาจ แต่คือส่วนหนึ่งของการเติบโต

    • ส่งเสริมให้หัวหน้ารับฟังโดยไม่ตัดสิน และเปิดพื้นที่ให้พนักงานแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจ

  4. ปลูกฝัง Leadership Mindset ที่เน้นการเติบโตของผู้อื่น

    • แทนที่จะมองตนเองเป็น “ผู้ชี้นำ” ให้ผู้นำเปลี่ยนบทบาทเป็น “ผู้พัฒนา”

    • ใช้หลักการ Strengths-based Leadership เพื่อให้ผู้นำรู้จุดแข็งของตนเองและทีม แล้วเสริมกันแทนที่จะแข่งขันกัน

    • ฝึกการมอบหมายงานตามจุดแข็งและสนับสนุนทีมอย่างเข้าใจ

  5. เรียนรู้การบริหารจุดบอดตัวเอง (Managing Blind Spots)

    • การตระหนักรู้จุดอ่อนของตนเองช่วยให้ผู้นำปรับพฤติกรรม ลดความขัดแย้ง และสร้างความไว้วางใจ

    • ฝึกการรับฟีดแบ็กเชิงสร้างสรรค์ และตั้งเป้าหมายพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

  6. สร้างวัฒนธรรมและโครงสร้างองค์กรที่แข็งแรง

    • กำหนด ค่านิยมองค์กร (Values) ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมาย

    • ใช้วัฒนธรรมองค์กรเป็นกรอบช่วยกำกับพฤติกรรม ลดอคติ และสร้างทีมที่ร่วมมือกันอย่างแท้จริง


บทสรุป

ผู้นำที่มีแนวโน้มหลงตัวเองไม่ได้ “เลวร้าย” เสมอไป — หลายคนเพียง อยู่ในโหมด Auto-Pilot ทำงานไปโดยไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของตนส่งผลต่อทีมและวัฒนธรรมองค์กร อีกทั้งหลายครั้งก็ยัง ไม่รู้แนวทางในการพัฒนาตัวเอง

แต่หากองค์กรไม่จัดการหรือไม่มีระบบสะท้อนกลับที่เหมาะสม:
ความเจตนาดีและความมุ่งมั่นให้งานประสบความสำเร็จ ภายใต้แรงขับของ ความโหยหาการเป็นคนสำคัญของ Narcissistic Leaders อาจทำให้จุดแข็งของพวกเขากลายเป็น จุดบอด (Overused Strengths) โดยไม่รู้ตัว และส่งผลให้เกิด วัฒนธรรมพิษในองค์กร

ทุกคนอยากเป็นคนดีและประสบความสำเร็จ เพียงแต่บางครั้งยังขาด เครื่องมือและแนวทางที่จะช่วยให้ตระหนักรู้ตัวเองและใช้จุดแข็งอย่างเหมาะสม

เพียงแค่ ตระหนักรู้ตัวเอง ก็สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมอัตตาและการ overuse จุดแข็ง ให้กลายเป็น พลังบวกที่ยั่งยืน

ดังนั้น การสร้างผู้นำที่มี Self-Awareness และ Empathy ไม่ใช่เพียงเรื่องของการพัฒนาตัวบุคคล แต่คือ การปกป้องสุขภาวะของทั้งองค์กร และสร้าง วัฒนธรรมที่ทีมอยากอยู่ ร่วมมือ และเติบโตไปด้วยกัน

แนวทางจาก MindSpring

MindSpring ใช้แนวคิดจาก CliftonStrengths และ จิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ออกแบบหลักสูตรเพื่อ:

  • พัฒนาผู้นำให้ ตระหนักรู้ตัวเองและจุดแข็ง

  • เข้าใจ จุดบอดตัวเอง (Blind Spots) และเรียนรู้บริหารจัดการ

  • เสริมสร้าง Empathy และ Strengths-based Leadership

  • สร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยและร่วมมือกัน

เพราะผู้นำที่รู้จักตัวเองดีที่สุด คือผู้นำที่สามารถนำทีมและองค์กรได้อย่างยั่งยืน

หลักสูตรของเรา

Leading Others & Unlocking Team Engagement
through Strengths

Entrepreneurship Mindset

Business Partnering Capability Development